เหรียญพระพุทธสิหิงค์ หลัง ภปร. 60ปีธรรมศาสตร์  

Posted by MR.Amulets

เหรียญพระพุทธสิหิงค์ ธรรมศาสตร์ 60 ปี ภปร. (เนื้อทองแดง พิมพ์เล็ก) เหรียญดีพิธีใหญ่ อธิษฐานจิตปลุกเสกโดยพระอรหันต์สายหลวงปู่มั่นครั้งแรกและครั้งเดียวที่พระอริยสงฆ์สายหลวงปู่มั่นมารวมกันแผ่เมตตาจิตปลุกเสกพระกันเยอะขนาดนี้
สายวัดป่าพระกัมมัฏฐานหรือศิษย์เก่า ม.ธรรมศาสตร์ลูกแม่โดม ไม่ควรพลาด!!
***อีกทั้งยังเป็น1ใน ทำเนียบพระที่ในหลวง ร.9 ทรงสร้าง ถือว่าน่าสะสมเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ท่านมาก

พิธีปลุกเสกเดียวกับพระกริ่ง ภปร. 60 ปี ธรรมศาสตร์ สร้างเป็นที่ระลึกการสถาปนาครบรอบ 60 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2537 พิธีพุทธาภิเษกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพ โดยได้กราบบังคมทูลในหลวงเสด็จมาเป็นประธานในพิธี ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธสิหิงค์ อันศักดิ์สิทธิ์ ด้านหลังมีตราพระนามาภิไธย ย่อ ภปร. ด้านหลังมีตอกโค๊ต “ ภปร”


ราคา  3,000 บาท พร้อมกรอบทองไมครอน และแหนบพร้อมเหน็บ

วิธีการบูชา เพื่อความสบายใจของผู้ซื้อ-ผู้ขาย รบกวนผู้สนใจ add ID LINE: 8billion แล้วติดต่อคุยกัน เพื่อยืนยันตัวตนผู้ซื้อ-ผู้ขายจะได้สบายใจทั้งสองฝ่ายครับ

พิธีในการจัดสร้างมีดังนี้
-ครั้ง ที่ 1 วันที่ 1 มีนาคม 2537 พิธีแผ่เมตตาจิตแผ่นยันต์ ตะกรุดและทองชนวนต่างๆ อธิฐานจิตโดยพระคณาจารย์สายกรรมฐานวัดป่าทั่วประเทศ
-ครั้ง ที่ 2 วันที่ 31 พฤษภาคม 2537 พิธีเททองหล่อพระพุทธรูป โดยสมเด็จพระบรมฯ เสด็จแทนพระองค์ โดยได้รวบรวมแผ่นยันต์จากคณาจารย์ต่างๆ ทั่วประเทศเพิ่มเติม
-ครั้งที่ 3 วันที่ 29 มิถุนายน 2537 พิธีพุทธาภิเษก โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่าย สมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัย
และพระคณาจารย์สายกรรมฐานวัดป่าและพระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศนั่งปรกปลุกเสก และหลวงพ่ออุตตมะดับเทียนชัย
***************************************************************
พิธีแผ่เมตตาจิตในเหรียญพระพุทธสิหิงค์ ภปร. และทองชนวนพระกริ่ง วันที่ 15 มีนาคม 2537 แบบชุมนุมพระกรรมฐานทั่วประเทศในยุคนั้น
กรุงเทพมหานคร
-หลวงปู่หลอด วัดสิริกมลวาส
-พระครูอุดมสังวรคุณ วัดบรมนิวาส
-พระอาจารย์ประทีป วัดเชิงเลน
กาญจนบุรี
-พระอาจารย์สาคร วัดเวฬุวัน
กาฬสินธุ์
-พระอาจารย์พรหมมี วัดป่าสามัคคีธรรม
เชียงใหม่
-พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก
-พระอาจารย์หนู วัดดอยแม่ปั๋ง
-หลวงพ่อทองอินทร์ วัดสันติธรรม
-พระอาจารย์เจริญ สำนักสงฆ์ถ้ำปากเพียง
-พระกฤษดา วัดโรงธรรมสามัคคี
เชียงราย
-พระอาจารย์วิชัย วัดถ้ำผาจม
-พระอาจารย์เพ็ง วัดเทิงเสาหิน
ลำปาง
-หลวงปู่แว่น วัดถ้ำพระสบาย
-หลวงปู่หลวง วัดป่าสำราญนิวาส
หนองคาย
-หลวงปู่เหรียญ วัดอรัญญบรรพต
-หลวงปู่บุญหนา วัดถ้ำพระภูวัว
-พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระภูวัว
-พระอาจารย์คำ วัดถ้ำบูชา (ภูวัว)
-พระอาจารย์วงศ์ วัดป่าคำพระองค์
-พระอาจารย์บุญเลิศ วัดอรัญญวาสี
-พระอาจารย์แยง วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก)
-พระอาจารย์ฉลวย วัดป่าชิตานุสรณ์
-พระอาจารย์โกวิญ วัดภูทอกใหญ่
อุดรธานี
-หลวงปู่ศรีจันทร์ วัดโพธิสมภรณ์
-หลวงปู่อ่อนสา วัดประชาชุมพลพัฒนาราม
-หลวงปู่จันทร์โสม วัดป่าจันทรรังสี
-หลวงปู่คำพอง วัดถ้ำกกดู่
-พระอาจารย์จันทรา วัดป่าโนนสอาด
-พระอาจารย์สม วัดป่าไม้งาม
-หลวงพ่อทูล วัดป่าบ้านค้อ
-พระอาจารย์คูณ วัดป่าภูทอง
-พระอาจารย์เสน วัดป่าหนองแซง
-พระอาจารย์ไมย์ วัดป่าหนองช้างคาว
-พระอาจารย์สมหมาย วัดป่าโนนม่วง
เลย
-หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน
-พระอาจารย์สีทน วัดถ้ำผาปู่
-พระอาจารย์เผย วัดถ้ำผาปู่
-พระอาจารย์ขันตี วัดป่าห้วยเดื่อ
-พระอาจารย์ดาด วัดป่าสัมมานุสรณ์
-พระอาจารย์สำลี วัดถ้ำคูหาวารี
-พระอาจารย์มนตรี (หลั่ง) วัดถ้ำผาบิ้ง
สกลนคร
-พระอาจารย์คำดี วัดป่าภูธรพิทักษ์
-พระอาจารย์ประสาน วัดคามวาสี
-พระอาจารย์สมัย วัดโนนแสงทอง
-พระอาจารย์คำบ่อ วัดใหม่บ้านตาด
-พระอาจารย์แปลง วัดป่าอุดมสมพร
-พระครูวิทิตคุณาภรณ์ (เกิ่ง วิทิโต) วัดสามัคีบำเพ็ญบุญ
-หลวงปู่เคี่ยม วัดถ้ำขาม
-พระครูชินวัฒน์คุณาภรณ์ (ปิ่น) วัดพุฒาราม
-หลวงปู่อุ่น วัดป่าแก้วชุมพล
-พระอาจารย์ก้าน วัดถ้ำเป็ด
-พระอาจารย์หลอ วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม
-พระอาจารย์สุธรรม วัดป่าหนองไผ่
-พระอาจารย์พัลลภ วัดคำประมง
พิษณุโลก
-พระอาจารย์สมบูรณ์ วัดป่าสมบูรณ์ธรรม
เพชรบูรณ์
-พระอาจารย์จิรวัฒน์ วัดป่าไชยชุมพล
หนองบัวลำภู
-หลวงพ่อบุญเพ็ง วัดถ้ำกลองเพล
ขอนแก่น
-หลวงปู่บุญเพ็ง วัดป่าวิเวกธรรม
พิจิตร
-หลวงปู่จันทรา วัดป่าเขาน้อย
-หลวงปู่อ่ำ วัดป่าเขาน้อย
พะเยา
-พระอาจารย์ทองสุก วัดอนาลโย
-พระอาจารย์ไพบูลย์ วัดอนาลโย
มุกดาหาร
-พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระผาป่อง (ขัวสูง)
สมุทรปราการ
-พระอาจารย์ทอง วัดอโศการาม
-พระอาจารย์เริ่มชัย วัดอโศการาม
นครราชสีมา
-พระอาจารย์สมาน วัดป่าศรัทธาราม
พัทลุง
-หลวงปู่เปลื้อง วัดบางแก้วผดุงธรรม
ภูเก็ต
-พระโสภณคุณาธร วัดเจริญสมณกิจ
*********************************************************
พิธีมหาพุทธาภิเษก วันที่ 29 มิถุนายน 2537 พระคณาจารย์ทุกสายจากทั่วประเทศ
กรุงเทพมหานคร
-พระเทพวัชรธรรมาภร (หลวงพ่อสุรพงษ์) วัดตรีทศเทพ
-พระปริยัติมุนี (หลวงพ่อชูศักดิ์) วัดหงส์รัตนาราม
-พระญาณสมโพธิ (หลวงพ่อขวัญ) วัดอรุณฯ
-พระครูปริยัติคุณาธาร (หลวงพ่ออัมพร) วัดชนะสงคราม
-พระราชวัฒนาพระ (หลวงพ่อฟู) วัดเวฬุราชิณ
-พระราชปริยัติวิธาน (หลวงปู่บุศย์) วัดดาวดึงษาราม
-พระครูพิศาลพัฒนาพิธาน (หลวงพ่อสมชาย) วัดปริวาศ
-พระสมุห์วีระ วัดอัปสรสวรรค์
ชลบุรี
-หลวงปู่เหล็ง วัดโคกเพาะ
-หลวงพ่อพูลทรัพย์ วัดอ่างศิลา
อยุธยา
-หลวงปู่สาย วัดขนอนใต้
-หลวงพ่อมี วักมารวิชัย
-หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา
-หลวงปู่ทิม วัดพระขาว
-หลวงพ่อหวล วัดพุทไธสวรรย์
-หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติ
หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม
สิงห์บุรี
พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัญ) วัดอัมพวัน
อ่างทอง
หลวงปู่มหาทองใบ วัดอบทม
ชัยนาท
หลวงพ่อผล วัดดักคะนน
สมุทรสงคราม
หลวงพ่อหยด วัดแก้วเจริญ
หลวงพ่อเก๋ วัดแม่น้ำ
ประจวบคีรีขันธ์
หลวงพ่อเกตุ วัดเกาะหลัก
ปทุมธานี
หลวงพ่อทองใบ วัดสายไหม
นนทบุรี
หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดไทรน้อย
ฉะเชิงเทรา
หลวงพ่อจาง วัดนครเนื่องเขต
พระอธิการสมชาย วัดโพรงอากาศ
นครปฐม
หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
พระครูสมุห์อวยพร วัดดอนยายหอม
ราชบุรี
หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ
สุพรรณบุรี
-หลวงพ่อดี วัดพระรูป
-หลวงพ่อฮวด วัดดอนโพธิ์ทอง
-หลวงปู่สวิง วัดเสาธงทอง
กาญจนบุรี
-หลวงพ่ออุตมะ วัดวังก์วิเวการาม
-หลวงปู่ผล สำนักสงฆ์เขารักษ์
นครพนม
-หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย
ร้อยเอ็ด
-หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง
อุบลราชธานี
-หลวงปู่พรหมา สำนักสงฆ์สวนหินผานางลอย
นครศรีธรรมราช
-หลวงปู่แก้ว วัดเขาปูน
-หลวงปู่เนื่อง
เลย
-หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน
หนองคาย
-หลวงปู่เหรียญ วัดอรัญญบรรพต
-พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระภูวัว
อุดรธานี
-หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด
-หลวงปู่จันโสม วัดป่าจันทรังสี
-หลวงปู่ลี วัดภูผาแดง
-หลวงปู่คำพอง วัดถ้ำกกดู่
-หลวงปู่เพียร วัดป่าหนองกอง
-พระอาจารย์บุญมี วัดป่านากูล
-พระอาจารย์อินทร์
สกลนคร
-หลวงปู่อุ่นหล้า วัดป่าแก้วชุมพล
หนองบัวลำพู
-หลวงพ่อบุญเพ็ง วัดถ้ำกลองเพล
นครราชสีมา
-หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน
พิจิตร
-หลวงปู่จันทรา วัดป่าเขาน้อย
ลำปาง
-หลวงปู่หลวง วัดป่าสำราญนิวาส
-เชียงใหม่
-พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก
เหรียญ พระพุทธสิหิงค์ ธรรมศาสตร์ 60 ปี ภปร. เหรียญนี้เป็นเนื้อทองแดง พิมพ์เล็ก มีห่วง สภาพใหม่ 100 % สวย สร้างน้อย อธิษฐานจิตโดยพระอรหันต์สายหลวงปู่มั่นหลายองค์ เช่นหลวงตามหาบัว หลวงพ่อพุธ หลวงปู่เหรียญ หลวงปู่จันทรา อ่านรายชื่อแต่ละองค์แล้วขนลุก ไม่ต้องห่วงเลยว่าเหรียญที่มาจากพิธีนี้จะศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหน

ราคา  ติดต่อ
ID LINE: 8billion

 

Posted by MR.Amulets

พระบูชาศิลปะทวารวดี (Mon-Dvaravati Buddha Statue)  

Posted by MR.Amulets

พระพุทธรูปบูชาศิลปะมอญ ทวารวดี (ภาษาอังกฤษเขียน Mon-Dvaravati) สมัยศตวรรษที่ 7 ถึง 11 ซึ่งเป็นสมัยแรกเริ่มของอณาจักรที่ต่อมาถูกค้นโดยนักโบราณคดีว่าคือประเทศไทยนี้เอง

เมื่อแบ่งตามพุทธศิลป์ ตามยุคต่างๆตามลำดับ เช่นยุคเชียงแสน อู่ทอง อยุธยา เช่นกันว่าพระพุทธรูปสมัยทวารวดีก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหลายอย่าง ซึ่งจะเห็นได้ดังต่อไปนี้ 
One of the most rare and famous Buddha Staue in Thailand is the Mon-Dvaravati period(7th to 11st Century)  It is known as the first era of Thai Buddhist art before Sukhothai, Uthong, Ayutthaya and so on.
The Mon-Dvaravati Buddha has a unique style as explained following:



1. พระขนง(คิ้ว)รูปปีกกา โค้งต่อกันตั้งแต่พระนาสิก(จมูก)ไป ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปทวารวดีจริงๆ
The eyebrows is continuous from his nose. And the lips is thick. 



2. พระศกหรือผม เป็นมวยกลมใหญ่ ขดเป็นก้นหอย มีขนาดไม่เท่ากันเนื่องจากสมัยก่อนกรรมวิธีอาจไม่สามารถทำให้เม็ดพระศกมีขนาดเท่าๆกันเหมือนศิลปะยุคหลังๆ แต่มองดูแล้วมีความเป็นศิลปะสวยงามน่าหลงไหล ตรงส่วนบนสุดเป็นพระรัศมีโมลีมีขนาดไม่ใหญ่และไม่สูงเหมือนยุคหลังๆ
The hair style of Mon-Dvaravati Buddha is curled up (knotted hair) with a big size and not in the same size as the style of that period. The highest pint is a domed Ushnisha.



3. จีวร หรือสังฆาฏิของพระูชาสมัยทวารวดีนั้นเป็นเอกลักษณ์สำคัญ และโดดเด่น มองเห็นปุ๊ปจะรู้ทันทีว่าเป็นพุทธศิลป์ยุคมอญ ทวารวดี คือผ้าสังฆาฏิเรียบติดพระวรกาย โดยเฉพาะตรงส่วนใหล่จะมองไม่เห็นริ้วของผ้าเลย และการห่มสังฆาฏิจะห่มแบบคลุมใหล่ทั้งสองข้าง ไม่ได้ห่มเฉวียงบ่าแบบยุคหลังๆ 
อีกอย่างหนึ่ง ชายผ้าตรงพระชานุหรือแข้งก็จะมีลักษณะ ซ้อนกัน เป็นเส้นโค้งพาดผ่านพระชานุทั้งสองข้าง
The rope or Sangkati style of Mon-Dvaravati is unique style which can be observed easily that this is Mon-Dvaravati Buddha. The rope has no pleat and cover both shoulders.Looks like the shoulder is bare.

ติดตามเรื่องราวลักษณะของพระบูชาเก่าแก่ยุคทวารวดีได้ใหม่ในครั้งถัดไป หรือสนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ Line ID: 8billion 
The story of Mon-Dvaravati Buddha will be continued next time, Or contact me at Line ID: 8billion   or sak_39@hotmail.com   for more information.



พาหุง ชัยชนะของพระพุทธเจ้า  

Posted by MR.Amulets

บทพาหุงฯ
ชัยชนะของพระพุทธเจ้าอันเป็นมงคล บทสวดที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้าทรงสวดก่อนทำศึกสงคราม ซึ่งเป็นบทสวดมนต์ที่มีค่ามากที่สุด มีผลดีที่สุด เพราะเป็นชัยชนะอย่างสูงสุดของพระบรมศาสดา ผู้ใดได้สวดไว้เป็นประจำทุกวัน จะมีชัยชนะ มีความเจริญรุ่งเรือง ตลอดกาลนาน มีสติระลึกได้จะตายก็ไปสู่สุคติภูมิ สวดพาหุงมหากากันให้ถ้วนหน้า นอกจากจะคุ้มตัวแล้วยังคุ้มครอบครัวได้ สวดมาก ๆ เข้า สวดกันทั้งประเทศ ก็ทำให้ประเทศมีแต่ความรุ่งเรือง พวกคนพาลสันดานหยาบก็แพ้ภัยไปอย่างถ้วนหน้า

ตั้งนะโม ๓ จบ
1.พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตังครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารังทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคลานิฯ
พระจอมมุนี ได้เอาชนะพระยามารผู้เนรมิตแขนมากตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างครีเมขละ มาพร้อมกับเหล่าเสนามารซึ่งโห่ร้องกึกก้อง ด้วยวิธีอธิษฐานถึงทานบารมี เป็นต้น,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

2. มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติงโฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขังขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
อนึ่งพระจอมมุนี ได้เอาชนะยักษ์ชื่อ อาฬวกะ ผู้มีจิตหยาบกระด้าง ผู้ไม่มีความอดทน มีความพิลึกน่ากลัวกว่าพระยามาร ซึ่งได้เข้ามาต่อสู้อย่างยิ่งยวดจนตลอดคืนยันรุ่ง ด้วยวิธีทรมานอันดี คือ ขันติ ความอดทน,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

3. นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตังทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตังเมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
พระจอมมุนี ได้เอาชนะช้างตัวประเสริฐ ชื่อ นาฬาคิรี ที่เมายิ่งนัก และแสนจะดุร้าย ประดุจไฟป่าและจักราวุธและสายฟ้า ด้วยวิธีรดลงด้วยน้ำ คือ ความมีพระทัยเมตตา,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

4. อุกขิตตะขัคคคะมะติหัตถะสุทารุณันตังธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตังอิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
พระจอมมุนี ทรงคิดจะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ จึงได้เอาชนะโจรชื่อ องคุลิมาล ผู้แสนจะดุร้าย มีฝีมือ ถือดาบวิ่งไล่พระองค์ไปสิ้นระยะทาง ๓ โยชน์, ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

5. กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียาจิญจายะ ทุฎฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌสันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
พระจอมมุนี ได้เอาชนะคำกล่าวใส่ร้ายของ นางจิญจมาณวิกา ซึ่งทำอาการเหมือนดั่งตั้งครรภ์ เพราะเอาท่อนไม้กลมผูกไว้ที่หน้าท้อง ด้วยวิธีทรงสมาธิอันงาม คือ ความกระทำพระทัยให้ตั้งมั่นนิ่งเฉย ในท่ามกลางหมู่ชน, ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

6. สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุงวาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตังปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
พระจอมมุนี ผู้รุ่งเรืองด้วยแสงสว่าง คือ ปัญญา ได้เอาชนะ สัจจกะนิครนถ์ ผู้มีความคิดมุ่งหมายในอันจะละทิ้งความสัตย์ มีใจคิดจะยกถ้อยคำของตนให้สูงประดุจยกธง และมีใจมืดมนยิ่งนัก ด้วยการแสดงเทศนาให้ถูกใจ, ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

7. นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิงปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโตอิทธูปะเทสะวิธีนา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
พระจอมมุนี ได้เอาชนะพญานาคราช ชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีความรู้ผิด มีฤทธิ์มาก ด้วยวิธีบอกอุบายให้พระโมคคัลลานเถระพุทธชิโนรส แสดงฤทธิ์เนรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพญานาค ชื่อ นันโทปนันทะ นั้น, ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

8. ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถังพรัหมัง วิสุทธิชุติมิทะพะกาภิธานังญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
พระจอมมุนี ได้เอาชนะพระพรหมผู้มีนามว่า ท้าวผกาพรหม ผู้มีฤทธิ์ คิดว่าตนเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์ ผู้ถูกพญานาครัดมือไว้แน่น เพราะมีจิตคิดถือเอาความเห็นผิด ด้วยวิธีวางยา คือ ทรงแสดงเทศนาให้ถูกใจ, ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถาโย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันทีหิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิโมกขัง สุขัง อะธิคะมยยะ นะโร สะปัญโญ ฯ
บุคคลใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดและระลึกถึงพรุพุทธชัยมงคล ๘ คาถาเหล่านี้ทุกๆ วัน บุคคลนั้นจะพึงละความจัญไรอันตรายทั้งหลายทุกอย่างเสียได้ และเข้าถึงความหลุดพ้น คือ พระนิพพานอันบรมสุข นั้นแลฯ

อ้างอิง http://www.lib.ru.ac.th/journal/mar/mar_montra02.html

สมเด็จทรงชิ้นฟัก  

Posted by MR.Amulets

สมเด็จทรงชิ้นฟักหมายถึง
1. พระสมเด็จรูปทรงสี่เหลี่ยมหรือสี่มุมหมายถึงพระอริยสัจสี่ คือธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
2. องค์พระหมายถึงพระพุทธองค์
3. ซุ้มครอบแก้วหมายถึง อวิชาที่ครอบคลุมพิภพ
4. แนวองค์พระเป็นสามเหลี่ยมหมายถึงพระรัตนตรัย
5. ฐานชุกชี 3ชั้นหมายถึงพระไตรปิฎก 5ชั้นหมายถึงขันธ์ทั้งห้าเบญจศีลเบญจธรรม 6ชั้นหมายถึงสารานิยธรรมหก 7ชั้นหมายถึงอปริหานิยธรรมเจ็ด 9ชั้นหมายถึงมรรค ผล นิพพาน (มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1 )
6. เนื้อพระทำมาจากผงและมวลสารเป็นของมงคล
7. พระพิมพ์ปรกโพธิ์หมายถึงพระพุทธเจ้าตรัสรู้
8. พระพิมพ์ฐานแซมหมายถึงพระพุทธสิหิงส์
9. พระพิมพ์อกร่องหูยานหมายถึงการบำเพ็ญทุกข์กริยา
10. พระพิมพ์เจดีย์หมายถึงพระแก้วมรกต
11. พระพิมพ์เกศบัวตูมหมายถึงพระเชียงแสน
12. พระพิมพ์ใหญ่หมายถึงพระสุโขทัย,พระประธานในโบสถ์วัดระฆัง,พระเชียงแสน
13. พระพิมพ์เกศทะลุซุ้มหมายถึงพระไส(หนองคาย)
14. พระพิมพ์หน้าโหนก อกครุฑหมายถึงสมเด็จโต

หลวงพ่อพรหมเนิ้อผง  

Posted by MR.Amulets

หลวงพ่อพรหมเนื้อผง มวลสารดี บรรจุเกศาหลวงพ่อในเนื้อพระ
สวยงามสุดบรรยาย

พระปิดตา  

Posted by MR.Amulets

ปิดตาพิมพ์กลาง 1 ในเบญจภาคี เนื้อเมฆพัด จารด้วยยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ด้านหลัง


ปิดตา ญาคูคำดี สปป ลาว คลิกlink ด้านล่าง นี้
http://prakruangthai.blogspot.com/2017/05/blog-post_5.html?m=
1